winn 的个人资料skyblue照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
6月4日 กลัวหรือจ๊ะพ่อหนุ่มรู้สึกว่าสภาพร่างกายแย่ลงเรื่อยๆ ไม่กระฉับกระเฉงเหนื่อยง่าย คงเป็นเพราะไม่ได้ออกกำลังกายเพียงพอ ตั้งใจว่าต่อไปนี้
ผมจะว่ายน้ำให้ได้อาทิตย์ละสองครั้ง!
เมื่อวานต้องเข้าเมืองไปต่อวีซ่า ตัดผม(ไม่ตัดผมเองแล้วเดี๋ยวนี้) ถือโอกาสโดดงานไปว่ายน้ำเลยละกัน สระเปิด 12.30 น. ไปถึง 12.29 น.
รอจ่ายตังค์หน้าทางเข้าสระ
12.32 น. เอ ทำไมคนเยอะจังฟะ ยี่สิบกว่าคนข้างหน้าเรา
12.33 น. เอ๊ะ ทำไมมีแต่สาวๆไม่มีผู้ชายเลย
12.33 น. 10 วินาที สาวๆรุ่นคุณป้าอัพ
เริ่มคิดได้ว่ามันผิดปรกติ หันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง โอ้โห คุณป้า คุณยาย อีกกลุ่มใหญ่เดินกันเข้ามา คุยกันสนุกสนาน
12.36 น. เหลืออีกห้าคนก็จะได้เข้าไปข้างใน ชักจะไม่ไหวแฮะ ถามป้าข้างหลัง
joe: ป้าๆ เอ่อ วันนี้เนี่ยเป็นวันผู้หญิงหรือเปล่าครับ
ป้า : อ่อ เปล่าหรอก แต่พวกป้านัดกันมาประจำทุกวันจันทร์ มันเป็นวันสระอุ่นหน่ะ อืม ก็ส่วนมากผู้หญิงจะมา
joe: อ้อ อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ผมเนี่ย ไปว่ายน้ำได้หรือเปล่า
ป้า : ได้ซิจ๊ะ ก็ว่ายในน้ำอุ่นไง
12.38 น. หน้าทางเข้า ว่ายดีหรือเปล่าตู แต่อืม อุตส่าห์มาละ พอหยอดเหรียญ เฮ้ย ทำไมแพง เลยถามป้าอีกที ถึงรู้ว่าวันสระอุ่นเก็บตังค์เพิ่ม
เลิกๆๆๆๆ กลับๆๆๆๆๆ หันหลังกลับเดินจะออกไป เหล่าคุณป้า คุณยาย ทั้งหลายก็หยุดคุย ป้าคนนึงก็ถาม
ป้า : อ้าว ทำไมจะกลับ ไอเราก็ตอบไม่ถูก
joe : อ๋อ ก็อืม ผมว่าอยากจะมาว่ายน้ำหน่ะครับ วันนี้คงไม่เหมาะ วันสระอุ่น คนมาแช่น้ำกันไม่ใช่หรอ
ป้า : ว่ายน้ำได้ๆ พยายามจะรั้งตัวเราสุดฤทธิ์
ทีนี้เหล่าป้าๆมาสมทบ ถามใหญ่ทำไมไม่ว่าย บรรยากาศชักจะตึงเครียด !
ป้า : แหมๆๆ กลัวหรือจ๊ะพ่อหนุ่ม
joe : กลืนน้ำลายทีนึง แหะๆ เปล่าครับ แต่ว่าผมไว้มาวันหลังนะครับ ไปแล้วครับ แช่น้ำกันให้สนุกนะคร๊าบบบบบ
ปล. เราสบายดีนะเพื่อนๆโทษทีไม่ได้อัพเดทส่งข่าวคราวเลย เราอัพเดทรูปสวยๆที่ไปเที่ยวมาด้วยนะ 11月27日 Italy tripได้อัพเดทเสียที พอดีย้ายบ้านใหม่แล้วก็เพิ่งติดเน็ตที่บ้าน ก็เลยอยากเล่าเรื่องที่ไปอิตาลีให้ทุกคนฟัง เป็นทริปที่นานที่สุดเท่าที่เคยไปมาตั้ง 10 วันแหน่ะ ไปกัน 6 คน venice verona florence pisa napoli rome vatikan city ค่าเครื่องบินโลวคอสถูกไปกลับแค่ 40 ยูโรเอง จองที่พักควรจะต้องจองทางเน็ตล่วงหน้า จะได้ที่พักอย่างดี อาหารผิดหวังไปหน่อยนึกว่าพิซซ่า สปาเก็ตตี้ จะเด็ดกว่าที่เคยกินมา เที่ยวกับนายโจ้ก็ต้องมีเรื่องตื่นเต้นทุกที คราวนี้ก็เรื่องกลับที่พักไม่ทัน ต้องเปลี่ยนแผน แล้วก็เจอไสตรค รถเมย์หยุดวิ่ง ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่นานาชาติ ต่างคนต่างใจชอบคนละอย่างก็ต้องมีผิดใจกันบ้าง แต่ยังไงก็ลงเอยด้วยดี ทุกคนแฮปปี้
เล่าเรื่องเป็น picture story หล่ะ จะได้เห็นภาพด้วย หวังว่าคงจะโหลดรูปได้ ถ้าใครจะไปอิตาลีก็เมลล์มาถามได้นะคับ 8月17日 สปา (ตอนที่ 2)ขณะที่เพื่อนสาว 2 สาวคน (ขอไม่เอ่ยนาม)ไปสำรวจชั้น 2 ส่วนของ Sauna พวกเราที่เหลือก็กำลังนวดตัวด้วยน้ำพุหลายรูปแบบ ทั้งน่อง ฝ่าเท้า ไหล่ หลัง ตามด้วยเข้าห้องอบไอน้ำที่มีที่ชั่งน้ำหนักอยู่หน้าห้อง เห็นผลจริงๆครับ เพราะหลังจากออกจากห้อง น้ำหนักผมหายไป ! 8 กรัมด้วยกัน
และแล้ว 2 สาวก็ลงมา 'เฮ้ย ไม่ต้องนู๊ด ห่มผ้าเช็ดตัวได้ เนี่ยพวกชั้นจะไปเอาผ้าเช็ดตัว ขึ้นไปเลยสวยมากข้างบน' ได้ยินดังนั้นหนุ่มๆ ยกเว้นมูฮัมเม็ดที่เป็นอิสลาม เคร่งครัดห้ามในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ขึ้นไป พอขึ้นบันไดไปถึง มีป้ายเป็นภาษาเยอรมัน แปลให้เพื่อนๆฟังใจความว่า ห้ามใส่เครื่องนุ่งห่มใดๆในบริเวณนี้ ฉิงยี่ 'เฮ้ย ไม่ดีมั้งนะ' ถอยคนแรกเลย ตามด้วยดิงหมิง ไอเราพอเห็นไม่มีเพื่อนแล้วก็ไม่วายวิ่งตามลงไป แต่ก็เห็นคนข้างในนุ่งผ้าเช็ดตัวจริงๆ ลงไปเจอเพื่อนสาว ยืนยันว่าไม่มีอะไร พร้อมให้เหตุผลที่ถูกต้องว่าเสียเงินมาตั้งแพง มาตั้งไกลแต่ได้สัมผัสแค่ครึ่งเดียว และถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็เป็นแค่เพื่อสุขภาพ ก็เลยชวนแรมขึ้นไปอีกรอบ ก่อนขึ้นไปอีกรอบ แรมบอกให้ผมแป๊ปนึงก่อนจะเข้าห้องน้ำ
พอขึ้นไปอืม ก็มีทั้งแก้ผ้าหมด กับนุ่งผ้าเช็ดตัว เดินไปมาเป็นธรรมชาติ อืม ก็ไม่มีอะไรจริงๆ เรามันคิดมากไปเอง แต่มีหลายส่วนมาก มีห้อง Blue space ที่เข้าไปบรรยากาศเหมือนอยู่ในอวกาศมีเก้าอี้นอนสบายมากและเปิดเสียงคล้ายเสียงธรรมชาติชวนในหลับ แล้วก็ห้อง Sauna หลายๆแบบ บ่อแช่น้ำแร่อีกหลายบ่อ มีประตูเปิดออกไปสู่ภูเขาที่ลัดเลาะไปตามทางจะเจอห้อง Sauna ที่ทำจากไม้อีก 3 ห้อง เลือกเอาห้องที่อยู่บนที่สุด ก็นุ่งผ้าเช็ดตัวเข้าไป 2 หนุ่ม คล้ายๆบ้านทำจากไม้ มีกองไฟ แสงจากกองไฟทำให้เห็นหนุ่มสาวฝรั่ี่งราวๆ 15 คนแก้ผ้า กลิ่นหอมจากไม้ ถอดผ้าเช็ดตัวออกแต่ก็มีกางเกงว่ายน้ำ สายตาจ้องมองมาที่ผมกว่า 10 คู่ ราวๆกับว่าเป็นผมเสียเองที่แก้ผ้าในขณะที่ทุกคนสวมใส่อาภรณ์ ทันใดนั้นก็รู้ตัวเลยว่า...ผิดไปแล้ว แต่ใจยังสู้ห้องมันมืดๆคงไม่มีใครสังเกตหรอก ถ้าหากว่า...ไอ้แรมทรยศ ครับ มันถอดกางเกงว่ายน้ำตอนที่ไปเข้าห้องน้ำ ทำให้ผมก็เลยกลายเป็นตัวประหลาดอยู่คนเดียว T_T ! ' เฮ้ย ทำงี้ได้ไงวะ หักหลังกันนี่หว่า '
จริงๆเพื่อสุขภาพที่ดีจะต้องอยู่ในห้อง 20 นาที แต่เจอแบบนี้ออกจากห้อง ลงบันไดพ้นโซนอันตรายทันที อย่างไรก็ตามก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี FKK หรือ Frei Körper Kultul แปลว่าวัฒนธรรมการแก้ผ้า ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา และวัฒนธรรมของชาวเยอรมัน ซึ่งครู Regina ที่สอนภาษาเยอรมันก็บอกว่ายังไงก็ต้องไปให้เห็นซักครั้ง
สปา (ตอนที่ 1)ไม่ได้อัพเสปซเสียนาน สืบเนื่องจากสอบตกเมื่อเทอมก่อน เทอมนี้ก็เลยตั้งใจเต็มที่ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ผลการเรียนดีขึ้น สอบเสร็จตัวแรกรู้สึกอยากจะปลดปล่อย ก็เลย...เฮ้ย ไปสวนสนุกกัน ! Europa park เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมัน ติดอันดับท๊อปๆของโลก เห็นโฆษณามานานละ แต่ยังไงก็ต้องค้างคืนที่ไหนแถวๆ แถบ Blackforest เพราะจากอูล์มก็ราวๆ 4 ชั่วโมง ไปกลับวันเดียวคงไม่ไหว เพราะโพล่งขึ้นมาตอน 6 โมงเย็นวันเสาร์ คืนนั้นกว่าจะได้นอนก็ตีสองกว่า วางแผนการเดินทาง จัดทริปให้สมาชิกเพื่อนผองที่ไว้ใจใช้บริการ Joey ทัวร์ ก็ระดับนี้แล้วภายในแค่ชั่วโมงเดียวก็ได้ลูกทัวร์ 7 คน กำลังดีทีเดียว ออกเดินทางเช้าอาทิตย์ถึง Blackforest เที่ยวป่า กินเค้ก Blackforest อันเลื่องชื่อ นอนคืนนึงก่อนลุยสวนสนุกวันจันทร์ เดินทางกลับอูล์มถึงกลางคืน เป็นแผนคร่าวๆที่คิดในใจ Search ข้อมูลหาที่พัก พร้อมแหล่งท่องเที่ยวพร้อมๆกัน อ่าน Review เรื่อง สปา ที่เมือง Baden-Baden ' มันเยี่ยมมากเลยค่ะ ประทับใจมาก สถานที่ราวกับสวรรค์ ชั้นรู้สึกผ่อนคลาย ความรู้สึกล้า เหนื่อยจากการทำงาน หายเป็นปลิดทิ้งหลังได้มาสัมผัสกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ ตามด้วย Sauna ที่ถึงแม้ Sauna จะต้องนู๊ดแต่ความเขินอายก็หายไปภายในเพียง 10 วินาที ทุกคนที่มาที่นี่ไม่ได้แคร์ชั้น ทุกคนมาเพื่อผ่อนคลาย มันมหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก Sauna หลากหลายห้อง แต่ละห้องก็มีกลิ่นที่ต่างๆกันออกไป ... ชั้นให้ 5 คะแนนเต็มเลยค่ะ ' review จากนักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันคนนึง และก็มีแต่คนให้ 5 5 5 และก็ 5 ตุ๊ดๆๆๆๆ โทรแจ้งทุกคนทราบให้เตรียมชุดว่ายน้ำไปเผื่อ ก็แค่เผื่อไว้ เผื่อจะสนใจกัน เช้าวันอาทิตย์ออกเดินทาง 'เฮ้ย เนี่ยไปถึงอยากทำอะไร อยากไปเดินป่าหรืออยากไปแช่น้ำแร่ ' ก็ตามที่คาดแช่น้ำแร่ 3 สาวกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เรายังไงก็ได้ main course อยู่ที่สวนสนุก ถึง Baden-Baden ราวๆเที่ยง เป็นเมืองที่สวยมาก ทานบะหมี่ที่ดิงหมิงเตรียมให้ ก่อนจะไปถึงสปานามว่า Caracalla ราคาคิดเป็นช.ม. ' พวกเธอจะแช่ 3 ก็ได้ แต่พวกชั้นจะแช่ 4 ' กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมีค่าเท่ากัน จะแช่ 3 ก็ต้องรอ เรา มูฮัมเม็ด แรม ดิงหมิง ฉิงยี่ 5 หนุ่มก็เลย 4 ก็ 4 จ่ะ วู้ ฮู้ สบายจริงๆ มีบ่อหลายบ่อ น้ำอุ่น น้ำร้อน น้ำเย็น น้ำตก น้ำพุ น้ำวน ห้องอบไอน้ำ ห้องตากแสงแดดจำลอง จากุ๊ดชี่ Indoor Outdoor หนูแรมก็จะให้สอนว่ายน้ำ เย่อ มันไม่ใ่ช่สระว่ายน้ำ แต่ก็สอนหายใจใต้น้ำให้้ แค่ชั้นล่างก็สุขใจ แต่อีกครึ่งนึงของสถานที่ชั้นบน ดูจากรูปแล้วสวยมาก มีส่วนออกไปข้างนอกติดภูเขาด้วย ติดที่มันต้องแก้ผ้าเป็นตายร้ายดีก็ไม่ขึ้นเด็ดขาด แต่เรื่องความสวยความงามกับเรื่องความเขินอาย สาวๆเลือกความสวยความงามครับ ' พวกเธอรอข้างล่างเดี๋ยวพวกชั้นจะขึ้นไปสำรวจ...' โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป 5月20日 ทิวลิป วิด มาย มัมทั้งๆที่ก็คิดว่าการที่ได้เขียนบันทึกสิ่งดีๆที่ได้ไปพบไปเจอมา ความประทับใจหรือประสบการณ์ต่างๆเป็นสิ่งที่น่าจะทำ จริงอยู่ว่าบางทีเราก็เก็บไว้ในใจก็พอ แต่พอเวลาผ่านไปอยากจะนึกถึงวันเก่าๆก็ต้องใช้เวลารื้อหานานเหมือนกัน แต่ช่วงที่ผ่านมายุ่งเสียจนไม่ได้เขียนซักที
ขอคิดก่อน หลังจากปาร์ตี้คนจีน... ก็สอบวิชาแรก control ต่อจากนั้นก็สอบยาวอีกสองเดือน ที่แสนจะลำบาก แทบจะกระดุกกระดิกไม่ได้ ออกจากหอแต่ช้าววว (สิบโมง) กว่าจะกลับก็ดึกเที่ยงคืน เจ้าดิงหมิงซื้อพิซซ่ามาทีละสิบกล่องมาแช่แล้วก็อบที่ห้องครัวสำหรับนักเรียนใกล้ห้องอ่านหนังสือ เราเองก็ส่วนมากซื้อไส้กรอกกับเสริมมาม่า วันละสองมื้อ อาทิตย์นึงก็ไปซื้อของกินกัน แรมก็กินได้แต่ผักน่าสงสาร สอบเสร็จก็เปิดเทอมซึ่งก็เป็นช่วงที่วุ่นวายเหมือนกัน จริงๆมันก็สนุกปนเหนื่อย พอระฆังตีเที่ยงหรือ 6 โมงเย็น เจ้าดิงก็จะย่องมาบอก เฮ้ย กินข้าวๆๆ ดิงเค้าเป็นคนที่คอยเทคแคร์เรากับแรมอย่างมาก มีการแอบไปบ่นกับเฉินจิ้งว่า เหนื่อยใจเพราะเรากับแรมไม่ค่อยดูแลตัวเอง
แต่มันก็ไม่ได้ต่อเนื่องสองเดือนทุกวันอย่างนั้นหรอก หลังสอบเสร็จวิชาที่สองแม่ก็มาเยี่ยมพอดี ก็เลยเป็นคุณชาย แม่ทำอาหารอร่อยๆให้กิน ชีวิตเป็นระบบขึ้นเยอะ สองอาทิตย์ผ่านไปก็สอบเสร็จวิชาสุดท้ายพอดี ก็เลยไปฮอลแลนด์กับแม่ ช่างเป็นช่วงที่เหมาะเจาะพอดี เพราะทิวลิปบาน ไปฮอลแลนด์ 3 วัน วันแรกไป Kaukenhof เป็นสวนดอกที่ทิวลิป ที่เค้าจัดให้เป็นสวนที่สวยที่สุดในโลก มันก็สวยจริงๆ มีแต่ดอกทิวลิปหลากหลายสีเต็มไปหมด ใต้ร่มไม้ใหญ่ แล้วก็มีทะเลสาป มีลำธาร มีเสียงนกร้องเพลง รูปที่ถ่ายมาฝาก ยังไงก็ถ่ายให้เห็นบรรยากาศไม่ได้เหมือนของจริง ไฮไลท์ก็คงเป็นราชินีทิวลิปราตรี Queen of the night ที่เค้าตัดแต่งพันธุ์จนได้เป็นสีดำสนิท ความประทับใจอีกอย่างก็ที่เห็นคนแก่ โดยเฉพาะคนพิการ เยอะเหมือนกัน ที่มาเดินเล่น ไม่สินั่งรถเข็นในสวน สภาพจิตใจคงจะดีขึ้นเยอะเชียวหล่ะ
วันที่สองแม่ต้องไปประชุม ก็เลยไปเที่ยวคนเดียวที่ Den Haag ที่มีศาลโลกอยู่ จริงๆตอนเช้าแม่ก็วิ่งไปดูด้วยกันให้เป็นเห็นเป็นบุญตา ก่อนจะวิ่งกลับไปขึ้นรถไฟเพื่อไปทำงานอีกเมือง ไอเรานั้นก็โต๋ๆ อยู่คนเดียวในเมือง ก็ขอแผนที่เค้าแล้วก็เดินไปเรื่อยๆตามจุดท่องเที่ยว ไปเมืองจำลองเสร็จก็เห็นทะเลอยู่สุดแผนที่ประมาณได้ว่าคงซักสามกิโล ใจมันก็สู้ว่าอยากจะเดินไป แต่ขาก็อ่อนเปลี้ย ส้นเท้าก็ปวดไปหมด ก็เลยนั่งรถรางไป ทะเลหาดทรายเมืองไทยสวยกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า ใจก็คิดว่ามาทำไมวะตู แต่ก็ เออ จะได้รู้ว่าทะเลเมืองไทยสวยกว่าไง อีกอย่างก็ได้มีเหยียบหาดทรายในรอบหนึ่งปี ถึงจะเป็นหาดทรายสีดำก็เถอะ
ส่วนวันสุดท้ายก็เที่ยวใน Amsterdam เมืองนักท่องเที่ยว มีคลองทั้งเมือง ทึ่งก็ตรงที่มีแต่คนใช้จักรยาน ออกจากสถานีรถไฟก็เห็นที่จอดจักรยานสามชั้นถึงกับอึ้ง โปรดสังเกตในรูปดีๆ แล้วก็จักรยานเห่ยมาก บางคันเบาะยังไม่มี ยังดีที่มีสองล้อ แล้วก็โซ่ก็ใหญ่มาก แบบว่าล็อคทำไมเนี่ย ให้ฟรียังไม่เอาเลย เทียบแล้วจักรยานในเยอรมันเป็นรถเบนซ์้ รถเฟอรารี่ จักรยานลาดกระบังเป็นรถโตโยต้าละกัน ส่วนจักรยานที่ Amsterdam เป็นรถอีแต๋น ขำดีตอนเห็นนักธุรกิจใส่สูท 3 คนปั่นจักรยานเก่าๆโกโรโกโส ผ่านหน้าไป ตำรวจก็ปั่นจักรยานจับโจร โจรก็คงจะปั่นจักรยานขโมยของด้วย แม่ก็ขยันถ่ายพวกสาวๆแม่ลูกอ่อนที่มีเปลพ่วงต่อกับจักรยาน บางทีก็เป็นลูกแฝดเปลก็มีสองเตียง เด็กๆฝรั่งข้างในก็น่ารักแก้มแด๊ง แดง
Amsterdam มีชื่อว่าเป็นเมืองเซ็กซี่ มีถนนที่ชื่อว่า Red line สีแดงก็แปลตรงๆว่าแสดงถึงความร้อนแรง แต่ตอนนี้ก็ดังจนเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่จำกัดเพศ จำกัดอายุ ที่ต้องแวะมาดู ทัวร์คุณยายก็ผ่านถนน ถ่ายรูปสาวๆนุ่งน้อย ห่มน้อย (ยังดีที่ยังมีชุดชั้นในอยู่) โบกมือ ไปมา แล้วก็ยังมีเกย์เป็นจุดขาย จริงๆนะ เพราะใบนำเที่ยวก็เขียนระบุว่า ทางเมือง Amsterdam ภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นเมืองแรกในโลกที่มีเกย์คู่แรกในโลกจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง แล้วก็มีอนูสาวรีย์เกย์ เป็นรูปสามเหลี่ยมแสดงความเท่าเทียมกันของทุกเพศ
กลับจากฮอลแลนด์เปิดเทอม แถมต้องทำงานด้วย รู้สึกอยากมีเวลาให้แม่มากกว่านั้น ที่โม้ๆว่าทำอาหารเก่ง ห่อหมก ต้มข่าไก่... ก็โชว์ไม่ออก แม่ทำอร่อยกว่าเยอะ แนะนำเพื่อนๆที่นี่ให้แม่รู้จัก แม่ก็เห็นเข้ากับเด็กๆได้ดีทีเดียว เพื่อนๆทุกคนก็ชอบแม่ทั้งนั้น ก่อนแม่กลับเพื่อนๆบางคนก็ให้ของฝาก จะเป็นชอคโกแลต จะเป็นไวน์ หรือ ผ้าพันคอ ก็คงไม่อึ้งเท่า ของฝากคุณแรม ขอบคุณมากนะครับ สำหรับทุกอย่าง นี่เป็นของฝากเล็กๆน้อยๆที่ทุกบ้านจะมีไว้ แกะกระดาษห่อของขวัญ เนี่ยนะ แม่ไม่ได้หวังว่าเค้าจะให้ของฝากเลย โจ้โชคดีมากนะที่มีแต่เพื่อนดีๆ ดู๊ ดู ซิ ห่อของขวัญก็ห่อแบบเด็กๆ พระนารายตั้งโต๊ะขนาด 7*15 ซม.... สองแม่ลูกอึ้งไปสิบวิ เจ้าแรมเอ๊ย คุณแม่บอก 3月4日 Chinese Party Last Saturday, a week after the spring festival or Chinese new year, the Chinese organization in Ulm held a new year party. What a honor to be Dingming's special guess, one of the most important person of this organization and of course for this party too. I helped them to take videos of the shows. We arrived there 2 hours before the party began. Every one was busy perparing for the party in that moment. 'Shine' which had queue to perform a dance was wandering around the floor with her lovely clothes. เสาร์ที่แล้วอาทิตย์ถัดมาจากวันตรุษจีน สมาคมคนจีนในอูมก็จัดงานปีใหม่ เราซึ่งได้รับเกียรติเป็นผู้ติดตามท่านดิงหมิงซึ่งเป็นดีเจของงานเข้างานฟรี แต่ก็ช่วยเค้าถ่ายวีดีโอการแสดงเป็นการตอบแทน เนื่องจากดิงหมิงต้องเข้าไปเซ็ทอุปกรณ์ต่างๆจึงไปกันตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อนที่งานจะเริ่ม บรรดาคนจีนทั้งหลาย ส่วนมากก็มันหน้าคุ้นตากำลังขวักไขว่กับการเตรียมสถานที่ วิ่งไปวิ่งมาซะวุ่น เห็นไกลๆสาวสวยซันช่ายก็ซ้ิอมเต้นกับเพื่อน เฉินจิ้งผู้ติดตามดิงหมิงอันคนก็ช่วยจัดผลไม้ตามโต๊ะต่างๆ เพิ่งรู้ว่าลินก็รับหน้าที่ถ่ายวีดีโอการแสดงเช่นกัน
แขกทยอยกันมาเรื่อยๆ อาซ้อ อาซิ่ม อากง อาม่า อาตี๋ อาหมวย เด็กเล็กเด็กแดงน่ารักกันเชียววิ่งเล่นกันสนุกสนาน นึกถึงสมัยเด็กๆที่วิ่งเล่นกับน้องเจชมัด มีฝรั่งมางานบ้าง ที่อังคากังวลตอนแรกว่าจะเป็นผมทองคนเดียวก็หายห่วง ทึ่งก็พิธีกรเป็นฝรั่งพูดจีนคล่องปร๋อ
People started to come, the kids were very cute that reminds me to think about when i was a kid and always ran around parties with Jay, my brother. Also some Europeans some Germans attend the party.
ย้อนเวลาก่อนหน้านั้นไปสามชั่วโมง
Three hours ago
ดิงหมิง : เนี่ยนะ พวกเราไปงานก่อน ได้สิทธิ์พิเศษได้กินก่อนเลยในฐานะผู้ติดตามดิงหมิง อาหารชั้นเลิศสั่งตรงจากภัตคาร เป็ดย่างหอมๆ
เฉินจิ้ง : พอแล้วๆๆ หยุดกินจุกจิกได้แล้วหมูโจ้ เดี๋ยวจะอิ่มเสียก่อน
โจ้ : ก็มันหิวนี่ ว่าแล้วก็ปิ้งหนมปังกินอีกแผ่น
Ding Ming : I'm a very important person for the party. We can go earlier and then have dinner first. We are very special. There are ducks, very delicious traditional chinese food. And then we can enjoy the show. Is that great Joe?
Jing : Stop eating now 'fat Joe' otherwise you can't eat anything more in the party.
Joe : But i'm hungry. (and ate another slice of bread)
จนแขกมากันครบแล้ว เยอะมากเป็นบุฟเฟ่ ซึ่งต้องเข้าแถวรอตักนานมาก
โจ้ : เฮ้ย ไหนบอกว่าสิทธิ์พิเศษไง ดีที่กินหนมปังรองท้องนะเนี่ย
ดิงหมิง : แหะๆ นั่นดิก็เมื่อวานที่ประชุมเค้าว่ากันอย่างนั้น สงสัยมีการเปลี่ยนแปลง
แต่อาหารก็ใช้ได้จริงๆ หมูเห็ดเป็ดไก่ ถึงจะต้องจ่ายค่าบัตร 200 บาทอย่างคนอื่นก็คุ้ม การแสดงหลังทานข้าว ไฮไลท์ก็คงเป็นระบำของซันช่าย เด็ดสุดกว่านั้นก็เป็นละครเวที ที่นักเรียนจีน ส่วนมากก็เพื่อนๆเราได้ทำขึ้น ถึงจะเป็นภาษาจีนที่ฟังไม่ออกแต่ก็สนุกจริงๆ เป็นละครเพลงโดยเปลี่ยนเนื้อร้องของเพลงต่างๆ ให้สอดคล้องกับเรื่อง เรื่องราวเกี่ยวกับพี่คนจีนในอูม กำลังใจจดใจจ่อกับการต้อนรับสาวๆน้องใหม่ที่จะมา มาถึงก็แย่งกันจีบพาไปโน่นไปนี่ ไปชอปปิ้ง สอนทำอาหาร สุดท้ายก็แห้วกันหมดเมื่อแฟนตัวจริงน้องโผล่มา ไม่นึกว่าเพื่อนจะแสดงกันเก่งอย่างนี้ ถึงบ้านแล้วเฉินจิ้งละครจากวีดีโอที่ถ่ายมาให้ฟังอีกที อยากเรียนภาษาจีนจริงๆจังๆเสียแล้ว
The food was nice. Also the shows the highlighted should be ' Shine's dance performance and the show of the chinese students. Most of them i know like IXACC, Lin dayang, Joejia and Yingjia help about the slides. It was about a group of chinese boys were waiting for 'meuy meuy' junior girls. They took care her a lot, took her to interesting places around Ulm, took her to shopping, invited her for dinner but it turned out that the girl had a boyfriend already. They modified the lyrics of the songs matched with the story very funny. Although I can't understand but it's really nice. Shen Jing explained me about the story afterwards. Seems that I really have to take it serious in learning ' Chinese '.
2月12日 เจ้าแก่ Translated english version tooไม่ได้อัพเสียนาน เรื่องเที่ยวปรากก็ยังไม่ได้เล่า Tag จากคุณแป้งก็ยังไม่ได้เขียน พอดีไม่ค่อยมีความลับน่ารักๆแบบคุณแป้ง อืม แต่รู้สึกว่าตอนเด็ก วงเล็บเด็กมากๆ 1 ขวบถึง 5 ขวบชอบสีชมพู ตอนนี้ชอบสีฟ้าคราม กับสีเหลือง พอจะเอามาเล่าได้ไหม Tag 2 วันก่อนทำไ่ก่ทอด KFC เหมือนมาก Tag 3 เมื่อวานทำ สปาเก็ตตี้เนื้อสับ ใส่แครอทกับเห็ดแชมปิยอง Tag 4 สอนทำห่อหมกให้เพื่อนคนจีน ส่วน Tag 5 ก็คิดถึงส้มต้ม ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ใครก็ได้ส่งมาที
วันนี้ป้า Marger ชวนไปทานข้าวที่บ้านไร่ พี่ชายป้ามารับขับรถราวๆยี่สิบกิโลไปถึงเมืองเล็กๆเมืองนึง ออกจากเมืองหน่อยนึงก็เจอทุ่งหญ้าเขียวขจีสลับกับทุ่งดอกไม้เหลืองๆ สวยดี ลุงบอกว่าที่บ้านมีม้า แมว หมา ด้วย ก็แปลกใจ โอ้ แมว กับหมา อยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นม้า คล้ายๆเ็ป็นความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากจะมีฟาร์ม เป็นคาวบอยขี่ม้า ไม่ก็เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ให้อาหารกุ๊กไก่ ติดมาจากเรื่อง แมงมุมเพื่อนรักหนังสืออ่านนอกเวลาที่ยืมพี่ผึ้งอ่านตอนเด็ก ต่อมาก็ชอบจากที่ได้ดูเรื่องเจ้าเบ๊บ หมูน้อย
ป้า Marger ต้อนรับที่บ้าน มีซุปแพนเค้ก เป็นออเดิฟ ต่อด้วย spetzler อาหารพื้นเมือง หมูย่าง กับไวน์แดงท้องถื่น อร่อยดีไม่ฝาด ตกบ่ายอากาศดีกว่าเมื่อเที่ยงที่ฝนตกปรอยๆ หลังทานเข้าเสร็จก็พาเจ้าออสซี่ ม้าพันธุ์ขนยาว กับเจ้าเช้บหมาน้อยอายุมาก ไปเดินเล่น
ผิดคาดเล็กน้อย ที่นึกว่าจะได้ขี่ม้า เพราะเจ้าออสซี่อายุก็เลขสามแล้ว อ้วนมากด้วย ให้ขี่ไม่ไหวแล้วก็เลยพาจูงตามทุ่งหญ้า ออสซี่ก็กินหญ้าตลอดทาง กินจุมาก ป้า Marger ที่จูงเจ้าเช้บ ต้องตะโกนย้อนกลับมาว่า อย่าไปใจดีโจ้ ถ้าไม่ดึง ออสซี่มันก็กินหญ้าตรงนั้นได้ทั้งวันนะ ครับๆ ออสซี่ก็จามใส่
ระหว่างจูงออสซี่กลับ เอ๊ะ มันไม่ใช่คอยบอยขี่ม้านี่หว่า นี่มันเหมือนเราเป็น ปิติกับเจ้าแก่ (เรื่องมานี มานะ ชูใจ)
ลุงขับรถกลับมาส่งที่หอ คราวหน้าต้องทำอาหารไทยอร่อยให้ลุงกับป้าชิมเสียแล้ว
ปล. ที่หมากับแมวอยู่ด้วยกันได้ เพราะคุณยายแมวอายุ 19 นอนอย่างเดียว
MRS. Marger, our university seniour member, which we had chance to meet at last Chirstmas dinner held by the international student union invited me for lunch last Sunday.
Her brother picked me up from Ulm and drove like 20 minutes to Dorndorf, a small village in the country. Hey i got a new word ' Dorf ' means village! Well, he laughed when I asked ' Welche Stadt noch einmal? ' what's the city again?
' no no it's not i city it's just a small village '
Five minutes out of Ulm, the surrounding was totally different, green yard, yellow flowers. It's very nice indeed going through the country side.
Her brother told some stories on the way and made me kept wondering how can a cat live together with a dog? as before he mention that there are a cat and a dog in MRS. Marger's house. Also a little excited when I heard that there's a horse too.
Finally we reach her place. With such a warm welcome, of course a nice lunch ! pancake soup served with roast pork and red wine. She told us about her family ,the history of the house... There's a holy bible which been kept for how many generations it's like more than 200 years !
The Sunshine seems to pop up a little after lunch before that it was drizzling so we took Ossey, the 30 year old horse and Chep her tiny dog for a walk. Although I couldn't ride Ossy he's too old but it's ok I never walk with a horse before, seems a little more difficult than walking with Tofu. He always pushed me down the wayside.
Next time I got to cook some Typical Thai food for her.
PS Because that cat is 19 years old no wonder she can only sleep at the corner.
1月8日 Happy New Yearเป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้อัพเดทข่าวคราวให้ฟังเลย ทั้งๆช่วงเดือน กว่าที่หายไปมีเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรที่อยาก จะเล่าให้ฟังมากมาย เป็นต้นว่าบรรยากาศก่อนคริสมาสในเยอรมันที่แทบจะทุกเมือง ไม่ว่า เมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ จะมีตลาดคริสมาสที่ขายของประดับประดา กุ๊กกิ๊กๆ น่่ารักๆ(ได้ตุ๊กตานางฟ้าฝากแม่ด้วยนะครับ)ไส้กรอกปิ้งหอมๆ ขนมคุ๊กกี้ ลูกกวาดหลากสี ที่พลาดไม่ได้ก็คือ Gluhwein ไวน์เฉพาะ ในเทศกาลคริสมาส เป็นไวน์อุ่น รสอร่อย แก้หนาวได้ดีทีเดียวเชียวหล่ะ การแสดงสดเสียงบรรเลงเพลงคริสมาส ทั้งศิลปินสมัครเล่น ทั้งมืออาชีพ บางทีก็เป็นพวกเด็กๆ แก้มแดงๆน่ารักๆ มาร้องเพลงประสานเสียง ได้มี โอกาสไปดูตลาดคริสมาสที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน ที่ Nurnburg สวยดี ทั้งยังมีตลาดคริสมาสสำหรับเด็กๆต่างหากด้วยนะ และแล้วก็ได้หยุดพัก ช่วงคริสมาสสองอาทิตย์ หลังจากที่เหนื่อยมาพักนึง นอกจากเรียนตอนนี้ ก็ทำงานไปด้วย ถึงเวลาว่างจะน้อยลงไปแต่ก็ดีใจที่ส่งตัวเองเรียน ได้แล้ว ช่วงวันหยุดได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศเชก กับเพื่อนๆกลุ่มเด็กจีนกับพี่ตูน รวมทั้งหมดก็เป็นแปดคน เรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น ตกใจ เหนื่อย ซึ้ง เศร้า และก็...คิดถึง จะไม่ให้คิดถึงได้ไงก็อยากให้มาด้วย ไว้คง ต้องเล่าให้ฟังอีกตอนนะ หลังกลับมาเรียกได้ว่าพวกเราสนิทกันมากขึ้นทีเดียว ทำกับข้าว กินข้าวกันทุกวันจนกระทั่งคืนวันที่ 31 หลังอาหารเย็นก็คุยกันถึงห้า ทุ่มก่อนจะเข้าไปในเมืองไปเคาท์ดาวน์ด้วยกัน ผู้คนต่างล้อมรอบโบสถ์ กลาง เมืองเป็นวงกลม และจุดพลุกันอย่างสนุกสนาน กลัวเจอลูกหลงก็กลัว แต่ก็วิ่ง เข้าไปในวงเพื่อถ่ายรูปกัน เสียงพลุดังจนกลบเสียงนับถอยหลัง อ้าว ปีใหม่เสีย แล้ว ปีเก่าได้ผ่านไป ทิ้งเรื่องเศร้า เรื่องร้ายๆต่างๆ นะครับแล้วยิ้มต้อนรับปีใหมกัน่ ปีใหม่ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขนะครับ I promise to translate for you guys later, alright? Skyblue is a bit sleepy now.I just wrote briefly what had happened during the last month, about Chirstmas, about the SUPER trip to Czech with such a nice group of friends, about Newyear... Just throw away the sadness, dump bad things that happened to you last year and start to smile continuously from now on. Wish you all to have a very happy new year ! 11月19日 Shoppingครั้งนึงไปเที่ยวเมือง Metzingen เป็นเมืองเล็กๆน่ารักๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่กลับเป็นจุดมุ่งหมายท่องเที่ยวแห่งแรกของเพื่อนๆหลายคน เหตุเพราะเป็นเมืองที่มี outlet เสื้อผ้าแบรนเนมทั้งหลาย ซื้อตั๋วกรุ๊ปไปกันสิบคน พอไปถึงก็แยกกันเดินเป็นสองกลุ่ม กลุ่มเด็กจีนน้องใหม่ กับพวกผมกลุ่มเกาเกมนำโดยพี่ Innocent ส่วนตัวนั้นไม่ได้ตั้งใจว่าจะซื้ออะไร จึงเดินตามต้อยๆคนโน้นทีคนนี้ที ซึ่งเค้าก็ถามๆว่าไม่ซื้ออะไรหรือ ถูกมากกกก นะเนี่ย โหห โหหยยย หากใครที่รู้จักผมแล้วไซร์คงรู้ว่า ซื้อเสื้อผ้าไม่เป็นเอาเสียเลย
เจา เจ๋อ ชิ่ง : เราได้ยินมาว่าร้านฮิวโก้ บอส น่าสนใจมาก เพื่อนๆได้ของเยอะ
เจ้า โจ โจ้ : อะไรบอสๆ นะ
เจา เจ๋อ ชิ่ง : ฮิวโก้ บอส ไง ไม่รู้จักหรอ
เจ้า โจ โจ้ : รู้จักแต่พี่ฮิวโก้แฮะ ชั้นเข้าใจเธออยู่ ชั้นเข้าใจ๋เธอดี๋
กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
ทั้งเจาเมดสาวชาวจีนที่เพิ่งมาใหม่ : โจ้ว่าเสื้อกันหนาวตัวนี้ดีไหม เราก็อืมๆๆ ก็ดีๆ ราคาเท่าไหร่ อืม ก็แพงอยู่นะ ไม่ไปเดินสำรวจร้านอื่นก่อนหรือ : อืมม มันก็จริง แต่มันโดนนี่นา ซื้อเลยละกัน
ทั้งอังคา ที่ก่อนไปบอกว่า :ชั้นจะไม่ซื้ออะไรเด็ดขาดเพราะชั้นตกงาน แต่ไปถึงแล้วไซร์ โอ้ววว ถูก โอ้ววว เวรี่ ชีป
พี่เมด( มูฮัมเม็ด ) คนนี้อยู่หมวดกีฬาได้รองเท้าไนกี้รุ่นใหม่ กับเสื้อผ้ากีฬาอีกหลายตัว
ส่วนพี่ Innocent ก็แรพเหลือเกิน ซื้อซะเยอะ แทบจะไม่ยอมให้ผมห่างไปไหน ให้ช่วยออกความเห็น Hey man what ta ya tink ? ลองหมวกใบใหม่พร้อมทำมือแรพๆ ' sup sup yo ' ก็ตอบไงได้หล่ะ นอกจากจะแกล้งว่า ไม่เวริ์คหว่ะ พี่เค้าก็เชื่อจริงๆนะเนี่ย จะวางก่อนที่ผมจะบอกว่า ล้อเล่นนนครับพี่ เท่ห์มากเลยยยย
ส่วนคนสุดท้ายคุณมุสตาฟาคนนี้สิไสตล์ผม ชอบธรรมชาติ ก็ดูท่าพี่เค้าจะเซงๆ เพราะไม่นึกว่าทริปนี้จะมีแต่ชอปปิ้ง โดยเฉพาะต้องมาเป็นลูกสมุนพี่ innocent อีกคน ถือของตามต้อยๆแต่เรานั้นก็สนุกดี แค่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ร้านแต่ละร้านก็ดูสวยดีก็เดินๆชื่นชมไปเรื่อยๆ
สุดท้ายมุสตาฟาก็บอกว่า ' ปีที่แล้ว ไม่เคยนึกเลยว่าจะได้มาเที่ยวกับชาวจีน ชาวโรมาเนีย ชาวไนจีเรีย ชาวอียิป ชาวไทย ' มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ จะว่าไปแล้วคนเรากำหนดชะตาตัวเองไปบางส่วน หากพวกเราไม่ได้พร้อมใจกันสมัครมาเรียนที่นี่ ก็คงจะไม่มีวันนี้ แต่อีกส่วนนึงก็เป็นไปเพราะโชคชะตาได้ลิขิตไว้
11月13日 หมาซนเอ๊ยวันเสาร์ก็เลยว่างโทรหาคุณแม่
แม่ : แม่มีเรื่องจะรายงานเจ้าเต้าหู้
โจ้ : ว่าไงครับแม่
แม่ : อืม เริ่มไงดี... ก็นี่แหล่ะน้า หมาสกปรกก็ย่อมเป็นหมาสกปรก
โจ้ ...
แม่ : ก็ช่วงนี้ฝนตกแม่พามันเดิน เจ้าติ๊ดมันก็เป็นหมาสะอาด พอเจอหลุมน้ำโคลนขังเค้าก็จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น นี่เจ้าหู้ของแก มันก็ไปกระโจน คลุกโคลน กลิ้งไปกลิ้งมาในหลุม สนุกสนาน ตัวเหม็น ดำ เลอะเทอะไปหมด เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ อาบน้ำให้เดี๋ยวมันก็สกปรกอีก
โจ้ (พยายามแก้ตัวแทน): เด็กๆก็ย่อมซนเป็นธรรมดานั่นแหล่ะครับแม่
แม่ : แล้วมันนะดื้อ
โจ้ ...
แม่ :เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เจ้าเต้าหู้มาอยู่ด้วย เจ้าติ๊ดก็จะเป็นเด็กดี พอปล่อยให้วิ่งซักพัก แม่เรียกมันก็วิ่งกลับมาให้แม่คล้องคอ น่ารักมาก ส่วนเจ้าหู้ของแก พอได้ยินแม่เรียกก็หันขวับกลับมาแล้ว วิ่งหนี เนี่ยแม่ก็เลยแกล้งมันดู ก็พอมันวิ่งหนีไป แม่ก็ไปแอบกับเจ้าติ๊ด พอมันวิ่งๆ แล้วหันกลับมาไม่เจอ ก็ตกใจสุดขีด ' หายไปไหนกันเนี่ย ช่วยด้ววววววย หมาถูกทิ้ง ' แล้วแม่ก็เรียกมัน มันก็วิ่งกลับมาให้คล้องคอจูงกลับบ้านอย่างโดยดี
โจ้ : ขำดีแฮะ
โจ้(ในใจ) : จะมีอะไรอีกหรือเปล่านะ
แม่ : แล้วมันนะ ไม่ใช่หมาจงรักภักดีหรอก
โจ้ (ในใจ) : นั่นไงมีจริงๆ
แม่ : มันไม่ได้รักแม่หรอก มันก็แค่เข้ามาอ้อนแม่ให้พาเที่ยว อ้อนพ่อขอของกินอร่อยๆ พอหนำใจแล้ว ไม่เคยหรอกที่จะมาคลอเคลีย เหมือนเจ้าติ๊ด เออ เนี่ย พ่อเค้าก็จะหมุนเวียนเมนู มันจะได้ไม่เบื่อ วันนี้พ่อก็ซื้อคอไก่ทอด หอมๆ สับละเอียดๆ แล้วคลุกข้าวให้มัน พ่อบอกได้กินข้าวก่อนชั้นอีกนะแก มันก็กระโดดจุ๊บพ่อที่ปากทีนึง
พ่อ : เอาใหญ่แล้วนะ ไปๆ ไม่ต้องเลยแกๆ เหม็น
เดี๋ยวนี้เวลาโทรหาแม่ สิ่งแรกที่แม่รายงานก็เรื่องไอหู้นี่แหล่ะ ดีแล้วที่เอากลับไปให้แม่เลี้ยง ตัวแทนเราไงเวลาเราไม่อยู่ แต่วันนี้โดนว่าซะเยอะเลย ไม่เป็นไรนะไอหู้ แต่แม่เค้ารักเค้าถึงว่านะ 10月15日 ตัดผม ยกสองเช้าวันเสาร์ที่แล้วเข้าห้องน้ำส่องกระจกเห็นผมที่รกรุงรัง กลับห้องไปหยิบกรรไกรซอยมาตัดผมทันใด ตัดไปได้สักพักเมดไรเนอร์ กับเทเรซ่าออกจากห้อง จึงกลับไปตัดผมต่อในห้องด้วยเกรงใจว่าพวกเค้าอาจจะอยากเข้าห้องน้ำ
ในห้องมีกระจกบานเล็กๆ มุมมองไม่ดีเท่าในห้องน้ำ แต่ก็เอาเถอะ
' ฉึบๆๆ ฉับๆๆ ฉับๆๆ ฉึบๆๆ โอ้ว มัน ฉึบๆๆ '
ตัดผมเองคราวที่แล้วเวริ์คนี่นะ ความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลายเท่า คราวต้องตัดด้านหลังก็กะๆเอา ใช้กรรไกรซอยผมไม่แหว่งแน่ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง โอ้วว ส่องด้านหน้าดูดีทีเดียว รอจังหวะจึงถือกระจกเข้าห้องน้ำ ใช้กระจกสองใบตรวจความเรียบร้อยด้านหลัง
ส่องไปเป็นสิบนาที ส่องยังไงก็ไม่หายแหว่งเสียที หน้าซีดเลย ในที่สุดก็ยอมรับว่ามันแหว่งแบบสุดๆ ที่แหว่งก็สั้นเกือบติดหนังศีรษะ มองไม่เห็นทางอื่น ทางใด นอกจากจะต้องกร้อนผมทั้งหัว เอาหูแนบประตูฟังเสียงว่าไม่มีใครอยู่ข้างนอกห้องน้ำ เห็นว่าสงบจึงออกไป
' เฮ้ ยู ตัดผมมาหรือ ' ไรเนอร์ทัก
'แฮ่ๆๆ ใช่แล้ว'
เดินเข้าห้องโดยหันหน้าหาเมดตลอดเพื่อไม่ให้เห็นด้านหลัง
' ฮัลโหลว'
' ฮัลโหล พี่จุกหรือพี่ คืองี้พี่ ต้องการความช่วยเหลือด่วนพี่ ตอนนี้ติดอยู่ในห้องออกจากห้องไม่ได้ '
' พูด ช้าๆดิ ฟังไม่ทัน ทำไม หากุญแจห้องไม่เจอหรอ '
' เปล่าๆๆ คือผมแหว่งหน่ะพี่ ช่วยมาแต่งผมให้หน่อย '
วางสายแล้วก็กลับห้องน้ำไปส่องกระจกต่อ เผื่อจะเห็นว่ามันเลวร้ายน้อยลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร อากาศดีแท้ๆ แต่ต้องอยู่ในห้องทั้งวัน พี่จุกมาก็ค่ำๆแล้ว
'ไหนดูซิ ฮ่าๆๆ ซ่าดีนัก มาๆๆ เริ่มกันเลย ไถเลยนะ '
' อืม เคพี่ รองเยอะๆหน่อย จะได้ไม่สั้นเกิน '
แอน แอนนน เสียงบัตตาเรี่ยนร้องน่ากลัว
ส่องกระจกด้านหลังเห็นหน้าพี่จุก สายตาที่ดูดุดัน อาฆาตแค้นยิ่งนัก ไอโจ้ ซ่านักใช่มั้ย มึงเสร็จกูแน่คราวนี้ พร้อมกับลิ้นที่แลบออกมาเฉียงไปทางมุมปากซ้าย
'เฮ้ยยยย พี่จุก ทำไมต้องทำหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้น'
'ครับๆๆ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
'โอเค เรียบร้อย ทรงอเมริกัน สุดเท่ห์
'ขอบคุณมากพี่ ถ้าไม่ได้พี่คงแย่ นึกว่าจะต้องสกินเฮดอีกเสียแล้ว'
'เออๆไม่เป็นไรดึกแล้วพี่กลับเลยละกัน '
เข้าห้องน้ำส่องด้านหลังดูความเรียบร้อย เห็นบางที่ยังไม่ค่อยดี จึงกะแต่งๆอีกหน่อย แต่งไปแต่งมา... แหว่งอีกครั้ง เฮ้อออ
อาทิตย์ที่ผ่านมา เริ่มจากอังคา หลังฟังเริ่องราวก็หัวเราะ ฮ่าๆๆ
' Do I look like a turtle? '
' Oh yes exactly poor little turtle Joe 'เอามามาลูปหัว
ต่อมาเพื่อนสนิทเช่นดิงหมิง หรือแรม ตอนแรกก็เดินผ่านไปไม่สนใจ พอเรียกเค้าหันมามองก็สดุ้ง
' เฮ้ย นี่นายเองหรอ จำไม่ได้เลย นึกว่าเมืองอูมมีหลวงพี่มาบิณฑบาต'
เซงสุดก็ที่ ทีโม่ หัวหน้างานมองเราแปลกๆ แล้วทัก
' Did you intend to make your hair like this or it just come out like that? '
' นายตั้งใจตัดผมทรงนี้ หรือว่ามันออกมาอย่างนั้นเอง '
ปล. ตอนนี้ก็สระผมวันละสองครั้ง โอมมม ผมจงขึ้นๆ 10月5日 อยากเมาทุกคนคงจะคุ้นๆว่าเบียร์เป็นหนึ่งในความภาคภูมิของชาวดอยช์ ดื่มกันเป็นชีวิต เมากันเป็นจิตใจ แต่ก็เมากันอย่างสงบและตลกเสียมากกว่า ไม่มีทุบตีชกต่อยกัน ครั้งนึงบนรถไฟ มีฝรั่งคนนึงอยู่ๆก็เซไปเซมา เห็นเราจึงยิ้มและทักทาย
ฝรั่ง : หนีเฮ่า
เรา : นี่เห่า
ฝรั่ง :555 เสียงดังมาก หัวเราะเมาๆ อา ยู ฟอม ไชน่า ไรท์? เฮอออ ไอ แคน อะ ลิท เทิล ไชนีส, เลท มี ติ้ง
เฮอออออ (เรอหนึ่งที )
คันนิชิวะ!
เรา : คันนิฉิหวะ เย่อออ นั่นมันญี่ปุ่นครับพี่
จากนั้นก็คุยกันผมก็พูดภาษาไทย
' พี่ครับๆ ผมว่าพี่เมาแล้วนะครับ ไหวเปล่า ไหวมั้ย'
เค้าก็พูดภาษามั่วๆ
' โย่ๆ ชุ่งๆ หวาย หวาย อริกาโต๊ะๆ '
เอ้อ คุยกันได้แฮะ สุดท้ายก็ลงเอยว่าเค้าขอถ่ายรูปด้วย
ที่เกริ่นเรื่องเบียร์ เพราะกำลังจะเล่าถึง Oktoberfest เป็นงานที่ใหญ่มาก จัดที่มิวนิคเป็นประจำของทุกปี เรานั้นก็เคยได้ยินมานาน ก็กำลังคิดว่าเค้าไปเมากัน เราไปแล้วจะคุ้มหรือวะ ปกติถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ชอบดื่มเท่าไหร่ shall we go Anca actually... well... I'm not a kind of drinking person,right?
We must go Joe!
must เลยหรอ ไปก็ไปวะ จึงชวน ซันช่ายกับลิน ไปด้วยกัน ดีเหมือนกันจะได้เจอไตรรงค์เพื่อนสมัยม.ต้น ที่กำลังเรียนวิศวอากาศยานอยู่ที่นั่น
เหลือเชื่อเลยขนาดออกเดินทางแต่เช้า แต่คนก็แน่นเอี๊ยดรถไฟที่มุ่งหน้าสู่มิวนิค ไม่เคยมีปัญหาเรื่องที่นั่งไม่มีแต่กลับคราวนี้ต้องยืนเบียดกันสองชั่วโมงเต็มๆ ไปถึงสิบโมงครึ่งคนเยอะมาก ชาวดอยช์หลายคนก็ใส่หมวก แต่งชุดพื้นเมือง ผู้ชายใส่กางเกงหนังขาสั้น มีเอี๊ยมผูกกับเสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนผู้หญิงก็ชุดฟูๆ สีขาว กระโปรงบาน บ้างก็แดง บ้างก็เหลือง บ้างก็ฟ้า น่ารักกันดี หมายถึงเฉพาะสาวๆนะ ชมผู้ชายว่าน่ารักจะถูกกล่าวหาได้ มีถ่ายรูปให้ทุกคนดูรูปนึงด้วย แต่ไม่กล้าขอเค้าถ่ายดีๆ ต้องแอบถ่ายไกลๆ
เนื่องจากเคยไปเที่ยวมิวนิคมาสามครั้งแล้ว จึงพาเพื่อนๆไปกินขาหมูเยอรมันที่ร้าน โดนิซเซล อร่อยแล้วก็ถูก ประสบความสำเร็จถูกอกถูกใจเพื่อนๆ งงที่ว่านอกจากผมกับไตรรงค์คนอื่นๆไม่สั่งเบียร์
Joe: Anca, hey what's wrong with you? you always upset when I don't drink with you but now you want juice.
Anca: I will drink in the fest joe. I want the atmospher too Joe! The atmospher understand? hooo huuuu i'm so excited.
ตาเธอเป็นประกาย กระดี๊กระด๊ามาก ยิ่งนัก
Joe: เฮ้อ what an alcoholic lady.
อิ่มเสร็จก็มุ่งหน้าไปงาน Oktoberfest ดูรูปประกอบได้ คนเยอะมากๆ มีเครื่องเล่นต่างๆมากมาย รถไฟเหอะ ไวกิ้ง ม้า(จริง)หมุน (ขำดีไปยืนดูเด็กฝรั่งน่ารักๆกำลังนั่งบนหลังม้า ทันใดนั้นม้าตัวนึงก็หยุดเพื่อทำธุระส่วนตัว เด็กน้อยก็ร้องที่ตามเพื่อนๆไม่ทัน) นอกจากนั้นก็เกมยิงปืน มีลูกโป่ง ไอติม สายไหม... เหมือนงานวัดบ้านเราจริงๆ จะต่างก็ตรงที่ว่าใหญ่มากและมีซุ้มเบียร์นี่แหล่ะ มีหลายเจ้า ยี่ห้อดังๆทั้งหลายของเยอรมัน
แต่...ไม่ได้กินเบียร์ครับท่านผู้ชม คนเยอะมากแม้แต่เทเบียร์ให้ลูกค้ายังต้องรอสองชั่วโมง ส่วนจะหาที่นั่งดื่มนั้นไตรรงค์บอกว่า ต้องจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์
จ๋อย จ๋อย สมๆ ฮ่าๆ ก็ไม่เชื่อเราดื่มเบียร์ตอนกินขาหมูกันนี่นะ
9月22日 รถเข็นหน้า ญ.ว.โห โรงอาหาร ญ.ว มีตั้งกี่ร้าน ลุงจำได้แค่ 5+1 ร้านน้ำแสงทองก็เก่งแล้วนะ ยังไม่อยากเป็นคุณตาจำได้ยี่สิบร้าน ญว. หรอก อืม..คิดก่อนก็พอจำได้บ้างมีร้านราดหน้า ร้านหนมจีน ร้านส้มตำ ร้าน้ำปั่น ร้านน้ำแข็งใส... จำได้ติดใจคือสหกรณ์ ผม สุวิชา กับศีลวัต สามทหารเสือ ชอบมากมะขาม(ศรี)แก้ว ทุกคนก็จะพกติดตัวเสมอคนละถุง
บางทีขาดมือ ก็กระซิบหูเพื่อน
'เฮ้ยๆ ขอเม็ดดิ'
บางทีมีเยอะ ก็กระซิบหูเพื่อน
'เฮ้ยๆ ซักเม็ดมะ'
เพื่อนๆคนอื่นๆก็งง อะไรเนี่ย เม็ดๆยาบ้าหรือ
รถเข็นหน้าโรงเรียนเรียงจากร้านแรกเป็นร้านน้ำ ร้านลูกชิ้นทอดอร่อยมากๆ ร้านน้ำขวด ร้านข้าวเหนียวไก่ทอด ร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดกับกะหรี่ปั๊ป ร้านหมูปิ้ง กับร้านน้ำขวดอีกร้าน ร้านประจำก็คือสามร้านหลังสุดเพราะอยู่ทางออกประตูหลัง ออกปุ๊ปได้กินปั๊ป ม.ต้น ทั้งผมและสุวิชา รวยกว่าตอนสมัยประถมหน่อยนึง แต่กระนั้นก็ดีกินกันจุกว่าเดิมก็ต้องบริหารเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด กะหรี่ปั๊ปร้านโปรด มองดูคนอื่น ลุงสิบบาท ลุงยี่สิบ
ด.ช.วินน์ : 'คุณลุงครับ ผมขอกะหรี่ปั๊ป...หนึ่งบาทครับ' ( ทำหน้าเซื่องๆทำตาซึ้งๆ )
เฮ้ ลุงแกก็ใจดีมักจะแถมให้อีกชิ้นเสมอ
ถึงแม้จะเหลือตังสองบาทตอนเย็นสองบาทก็ยังใช้มุขนี้ อย่าไปบอกลุงเค้าหล่ะ
ฝ่ายเพื่อนผมด.ช.สุวิชา
' พี่ๆ เหนียวสองห่อ กระเทียมเยอะๆ ราดน้ำหมูปิ้งให้ด้วย '
ก็จริงอย่างที่มันว่า ซื้อหมูปิ้งไม้นึงสู้ซื้อข้าวเหนียวสองห่อไม่ได้ เพราะ อิ่ม !
แต่ว่าก๋วยเตี๋ยวหลอดกับลูกชิ้นทอดนั้นอร่อยจริงๆนะ ถึงจะเรียนจบมานานแล้วแต่กลับบ้านทีไรก็มักจะไปซื้อทุกที เคยเห็นลูกลุงตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยกตอนนี้มาเป็นคนขายแทนเสียแล้ว
9月1日 ไข่ดาว ไส้กรอก หนมปัง ร้านเบอร์สี่อาทิตย์ที่ผ่านมามื้อเช้า
วันอาทิตย์ ไข่ดาว ไส้กรอก หนมปัง
วันจันทร์ ไข่ดาว หนมปัง ไส้กรอก
วันอังคาร ไส้กรอก หนมปัง ไข่ดาว
วันพุธ ไส้กรอก ไข่ดาว หนมปัง
... จงหาใช้หลักการจัดหมู่และสับเรียงเพื่อคำนวณหาจำนวนมื้ออาหารทั้งหมด
กินอาหารเช้าอย่างนี้ แล้วทำให้นึกถึงร้านเบอร์ 4 ของโรงอาหารสมัยประถม โรงเรียนแสงทองวิทยา สมัยนั้นที่โรงเรียนจะมีอยู่ 5 ร้าน ร้านเบอร์ 1, เบอร์ 2, 3, 4 และ 5 จริงๆแล้วมีร้านน้ำด้วย แต่ชื่อร้านน้ำ ไม่มีเลข
ร้านเบอร์ 4 นั้นถือเป็นร้านไฮโซ เพราะมีหนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก ซึ่งเป็นอาหารฝรั่ง ซึ่งเซทนึงก็ตั้ง 8 บาท ซึ่งผมได้เงินไปโรงเรียนวันละ 15 บาท เดินผ่านความหอมฉุยทีไรก็ได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกๆๆ แล้วเดินไปร้านประจำของเด็กประหยัดร้านเบอร์ 2 (เซทข้าวเหนียว ไก่ทอด แค่ 4 บาทเท่านั้น แล้วให้ข้าวเหนียวราวกับให้กรรมกรเด็กกิน ) น้ำ 3 บาทได้ค่ามัดจำแก้วคืน 1 บาท (บางทีโชคดีเจอแก้วของพวกลูกเศรษฐีทิ้งแก้วไว้ขี้เกียจไปคืน ก็เอาไปคืนได้ตังค์เพิ่ม) มีเงินไว้ซื้อหนมตอนเย็น 4-5 บาท แล้วก็จะมีเงินหยอดกระปุกทุกวันวันละ 5 บาท
อย่างไรก็ตามบางครั้งก็ยอม...
ทุบกระปุก !
กินไข่ดาว ไส้กรอก หนมปัง ของร้านเบอร์สี่ มันช่างหอมแสนอร่อยจริงๆ
ข้อมูลอาหารของแต่ละร้าน
เบอร์ 1 ก๋วยเตี๋ยว น้ำใส น้ำข้น ลูกชิ้นลูกกระจึ๋งนึง ไม่ค่อยชอบ ให้คะแนน 6
เบอร์ 2 ข้าวเหนียว ไก่ทอด ส้มตำ อร่อยโดยเฉพาะเวลาไก่ทอดร้อนๆ ที่สำคัญถูก ให้คะแนนไปเลย 10
เบอร์ 3 ก๋วยเตี๋ยวชักธง แซ่ปหลาย อร่อยแต่ก็แพงเหมือนกัน ให้คะแนน 8
เบอร์ 4 มาม่าแห้งหมูแดงกระเทียมเจียว กับไส้กรอก ไข่ดาว หนมปัง อร่อยทุ๊กอย่างแต่แพง ให้คะแนน 9
เบอร์ 5 แฮปปี้มีล สำเร็จ ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวไก่ ข้าวผัดหมู อาหารเย็นมากเพราะตักใส่จานทิ้งรอเด็กพักเที่ยงเป็นชั่วโมงๆ แถมให้น้อย ให้คะแนน 7
ร้านน้ำ ไม่รู้ทำไมเด็กๆจึงต้องสั่ง สมหมดสมหมดเพ่ สมหมดสมหมดเพ่ ไม่ก็ส้มสมเขียว โค๊กสมส้ม เวลากินกับเพื่อนก็จะต้องชะโงกดูแก้วเพื่อน
' สุวิชากินน้ำอะไรวันนี้ '
' อ๋อ เรากินน้ำผสมหมดหน่ะ แล้วเธอหล่ะ '
' อ๋อ เรากินน้ำสมหมดเหมือนกัน กินข้าวเสร็จไปเล่นกระต่ายขาเดี่ยวกันนะ '
' โอเค '
ขอเสริม ๆ
ปล. กระติกน้ำเราเป็นแบบลายทหารธรรมดา อิจฉาสุวิชามากกระติกน้ำสีน้ำเงินเก็บความเย็น
สนุกดีนะสมัยเด็กๆ แม้จะกลับไปอดีตไม่ได้แต่แค่ได้นึกถึงก็มีความสุขแล้ว อีกอย่างวันนี้ก็จะเป็นอดีตของพรุ่งนี้ ดังนั้นก็ขอให้มีความสุขกันทุกวันนะ 8月20日 flowercarpetไปเที่ยวบรัสเซลที่เค้าจัดพรมดอกไม้สดหน้าพระราชวังอย่างสวยงามจึงถ่ายรูปมาฝากทุกคน
ข้อมูลคร่าวๆ
-มีพรมอย่างนี้ทุกๆสองปีที่บรัสเซลเมืองหลวงเบลเยี่ยม
-พรมทำจากดอก begonias ซึ่งมีสีสดหลากหลายสี
-พรมผืนแรกปูในปี ค.ศ. 1971 โดยสถาปัตยกร landscape ที่ ชื่อ E.Stautemans
รายละเอียดเพิ่มเติม
8月10日 โดนอะไรกัดเย็นวันนึงหลังขณะที่กำลังจะหม่ำข้าวคลุกโครงเป็ดย่างที่ลุงเตรียมไว้ให้ระหว่างที่รอป้าพาไปเดินกับพี่ติ๊ด ขาซ้ายก็เกิดพับลงไป ตัวเกร็ง หมดเรี่ยวหมดแรง ป้าตกใจมาก รีบบอกให้ลุงออกรถพาไปร้านหมอ
ป้ากอดระหว่างทาง
' ไอเต้าหู้ แกอย่าเป็นอะไรนะ ใกล้ถึงร้านหมอแล้ว '
ก็ได้แต่หลับตาคราง มันเป็นอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่รู้สึกเพลียจริงๆ ไข้ขึ้นสูงถึง 107 F อุณหภูมิปรกติควรจะแค่ 102 F
หมอสันนิฐานว่า เย็นนี้ระหว่างที่แม่ปล่อยให้วิ่งเล่นอิสระคงจะไปถูกอะไรกัดเข้า และเกิดอาการแพ้อย่างฉับพลันจึงฉีดยาให้หนึ่งเข็ม หมอบอกถ้ามาช้ากว่านี้ คงช่วยไม่ได้ ป้ากับลุงพาไปพักฟื้นที่คอร์ท ไม่นานก็ค่อยยังชั่วกลับมากระดี๊กระด๊าเหมือนเดิม อาจจะกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะได้มาเที่ยวนอกบ้าน เจอพี่มด พี่อุ๊ ...วิ่งไปซะทั่วท้ายซอย ปากซอย ลุงเห็นว่าไม่เป็นไรแล้วจึงพากลับบ้าน ระหว่างทางกลับรู้สึกปวดท้องอย่างกระทันหัน จึงต้องทำเลอะเทอะในรถ
ลุง : ' ไอ้หมาบ้า ! ทำไมต้องมาขึ้ใส่รถตูด้วยวะ รอให้ถึงบ้านก่อนไม่ได้หรือไง '
สงสารป้าจริงๆชุดทำงานซะสวยเลย แต่ต้องมาเปื้อนเพราะเรา ถึงบ้านแล้ววว พี่ติ๊ดคำรามใส่ โกรธ
พี่ติ๊ด : ' ทำไมลุงกับป้าพาไปเที่ยวตัวเดียว ไม่แฟร์เลย ได้ไงเนี่ย '
ทั้งซักเราใหญ่ ไปไหนมา ไปไหนมา ป้าจึงต้องอฺธิบายให้ฟังถึงจะยอมเข้าใจ
ปล. 1. หมอบอกว่า ถึงแม้ว่าจะเห็นว่าไม่มีรถ ไม่มีหมาตัวอื่น เวลาออกไปข้างนอกก็ไม่ควรจะปล่อยให้วิ่งอิสระอยู่ดี หมาที่ดีนั้นจะต้องเดินหน้าตรง เดินข้างๆเจ้านาย ต้องฝึก
2. ป้าปลื้มใหญ่ที่หมอดูออกว่าเป็นไซบี้ ถึงแม้จะบ่นว่าเสียดายที่เป็นพันธุ์ทางก็ตามที
3. ขอบคุณลุง กับป้า กับหมอด้วย ไม่ได้คงแย่
4. สงสารป้าจริงๆ แหะๆ บรู๊วววววว 7月16日 พ่อบ้านจำเป็นในที่สุดพวกเราพ่อบ้าน c-tech (ในรุ่นมีผู้หญิงแค่สามคน) ทุกคนแม้จะขึ้เกียจสักเพียงใดก็จำเป็นจะต้องทำอาหารเพื่อความอยู่รอด เจ้าแรมที่เคยกินแต่ขนมปังเปล่า ซิชานที่เคยอบแต่พิซซ่าสำเร็จรูป สุดท้ายก็ต้องเป็นพ่อบ้านจำเป็นกันถ้วนหน้า เฮ้อ จะเรียกพวกเราว่าน่าสงสารหรือน่าเวทนาดีนะ เข้าใจความรู้สึกเพื่อนๆเลย ทำอาหารคนเดียว กินคนเดียว ล้างจานคนเดียว แย่สุดคืออาหารไม่อร่อย อืม แต่ก็มีคนน่าอิจฉา เจ้าลินที่มีซันช่าย แฟนสาวทำอาหารให้กิน
อย่างไรก็ตามถ้าได้ฝึกทำอาหารไว้บ้างก็เป็นสิ่งที่ดี ตอนนี้ฝึมือทำอาหารของผมคงจะถึงระดับ 7 จาก 10 ระดับ ( ให้เกรดตัวเอง ฮ่าๆๆ ) ก็ทำหลายอย่างแล้ว ก๋วยจั๊บ พะโล้ พะแนง ต้มข่าไก่ สปาเก็ตตี้..เมื่อคืน ทำเสต๊ก สูตรพิเศษ ใส่น้ำพริกเผา ด้วย ถึงขนาดซันช่าย ถามว่า ทำอาหารเก่งอย่างนี้ สาวๆ ที่เมืองไทย ไม่ติดตรึมหรือ ไอเราก็หัวเราะแห้งๆ เกือบจะปนน้ำตา ไม่มีสาวคนไหนกล้ากินหรอก บางครั้งผมยังไม่กล้ากินอาหารที่ตัวเองทำเลย ซันช่ายน่ารักดี สอนเราทำเค้กด้วยนะ
นอกจากได้ฝึกการทำอาหาร การจ่ายตลาดก็ทำให้ฝึกความละเอียดรอบคอบ การคิดเลขเวลาแปลงราคาเป็นเงินบาท
การตรวจดูราคาของหลังจ่ายเงิน ทั้งยังฝึกในการเลือกซื้อ ของดี ราคาถูก โดยส่วนมากแล้วของจะลดราคาทุกวันเสาร์ตอนเย็นเพราะซุเปอร์จะโละสต็อก
วันนี้ไปจ่ายตลาดคนเดียวเดินป้วนเปี้ยนๆอยู่แถวผัก ผลไม้ วันนี้มีสเปเชี่ยวอะไรบ้างหว่า เออ อืม เออ อืม กล้วย โลละ 1 ยูโร คูณเลขในใจ
วันนี้เหล่าพ่อบ้าน c-tech จ่ายตลาดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ฮาดี เจอ ซิชานคนแรก
ซิชาน : เฮ้ แหมน ฮาว อ้า ยู
โจ : กู๊ด กู๊ด แหมน เฮ้ย เดี๋ยวนี้หัดจ่ายกับข้าว ทำกับข้าวแล้วหรอวะ
ซิชาน : ฮ่าๆๆ ไม่ไหวหว่ะ กินแต่พิซซ่า เฮ้อ ชีวิตมันลำบากจริงๆน้อ
โจ : เอาน่าๆ ขำๆกันไป ว่าแต่ วันนี้ บานาน่า เวรี่ ชีป นะแหมน ซิ บ๊อก ไฮ่
ซิชาน : โอ้ แหมน ถูกจริงๆ ขอบใจซิหลายเด้อ
ว่าแล้วซิชานก็ร่าเริงปรี่ไปหยิบกล้วย
ถัดจากนั้นเจอคุณ ลี วอน บิน
ยิ้มมาแต่ไกล
ลี : ไฮ่ โจ
โจ : เออๆ หนีเห่าๆ เฮ้ย กล้วยถูก
ลี : ฮ่อๆๆ เซี่ย ๆ หนี่อ่า
โจ : อ่าๆๆ ลิตเติ้ลๆ เล็กน้อยๆ ไจ่เจี๊ยนๆ
แล้วลีก็วอนบินไปหยิบกล้วย
หลังจากนั้นก็เจอ ซุนหมิง แถวขนม กับ พี่จอห์น โฮ ฮ่องกง แถวซอส จึงชี้บอกเพื่อนไปทางผลไม้ รีบไปเอากล้วยโดยด่วน จึงได้กล้วยกลับบ้านกันถ้วนหน้า
เฮ้อ กลับบ้านอย่างสบายใจ วันนี้ได้ทำความดี แนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อน
ปล. ซิชานแซว เฮ้ย ซุปเปอร์นี้ดีหว่ะ นอกจากของถูกแล้วยังดีพนักงานโปรโมทสินค้าอีก 7月1日 Deutshland Deutshlandวันนี้เป็นแมตช์สำคัญระหว่าง เยอรมัน กับอาเจนติน่า ก่อนเกมเริ่มเชียร์เยอรมันนิดหน่อยแค่ไม่อยากให้บรรยากาศที่นี่หายคึกคักเท่านั้นเอง บอกอังคาว่าเนี่ยนะถ้าเยอรมันแพ้คงจะไปดูบรรยากาศในเมืองว่าจะเป็นยังไง แต่ถ้าชนะก็จะอ่านหนังสืออยู่หอ
เพิ่งมารู้สึกตัวว่าเชียร์เยอรมันเข้าจริงๆก็เมื่อถูกนำไปก่อน โอ้วววววว โนวววววววววว ทำใจเสียแล้วว่าคงแพ้ จึงออกไปทำสปาเก็ตตี้ จนเมื่อดิงหมิง เพื่อนจีนที่มาเชียร์บอลด้วยกัน ตะโกนออกมาลั่น เยอรมันตีเสมอแล้วววววววว จึงปิดเตาค้างที่ทำสปาเก็ตตี้ไว้กลับมาตั้งใจดูบอลต่อ เยอรมันชนะลูกโทษ ทั้งผมเอง ดิงหมิง และอังคา ดีใจกันใหญ่ บอกอังคาว่า เปลี่ยนใจจะไปฉลองกับชาวเยอรมันในเมืองละ
หยิบเสื้อทีมชาติเยอรมันมาใส่ ผู้คนต่างก็มุ่งหน้าไปฉลองกันในเมือง รถที่วิ่งไปมาก็บีบแตร์ ปี๊นๆๆ ปี๊นๆๆ ปี๊นๆๆ แม้แต่จักรยานก็ กิ๊งๆๆ กิ๊งๆๆ กิ๊งๆๆ ผู้คนเพ้นท์หน้า เดนนิสเพื่อนอังคา เพ้นท์ธงชาติข้างสองแก้มให้ผมกับอังคาด้วย อย่างน้อยๆทุกคนจะต้องมีเครื่องหมายเยอรมันซักอย่าง หมวก ผ้าพันคอ กำไล ธง ...ขนาดพวกน้องหมายังผูกผ้าสีธงชาติ แดง ดำ เหลือง น่ารักเชียว
ขึ้นรถเมย์มีแต่คนมองมาและทักทายผมเป็นภาษาเยอรมันอย่างกันเอง เดาเอาคงพูดว่า เจ๋งไปเลยนายมีเสื้อทีมด้วย พวกเราชนะแล้วนะ ไปเบอร์ลินกันนะ แต่ฟังไม่ออก ได้แต่ยิ้มๆ พร้อมกับ ย่า ย่า (= yes yes) เขินนิดๆ อังคาบอกว่า ไม่เป็นไรๆ มั่นใจหน่อย ไม่เห็นแปลกเลยที่ใส่เสื้อเยอรมันก็คิดซะว่าเป็นอาตี๋เกิดที่นี่ละกัน
ถึงในเมือง ธงทีมชาติเต็มไปหมด ผู้คนร้องเพลง เต้น ดื่มเบียร์ฉลอง รอมูฮัมเมดที่นัดไว้ อยู่ๆก็มีวัยรุ่นมากอด แสดงความยินดีด้วยกัน พร้อมกับแสดงความเสียใจ ขอให้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพกับ มูฮัมเมด กับอังคา ที่ในตัวไม่มีเครื่องหมายใดๆบ่งบอกว่าเป็นเยอรมัน มูฮัมเมดชาวอียิปซึ่งไม่มีเอี่ยวเลย ก็ดันไปขอบคุณเค้าอีก บอกว่าอีกสี่ปีเจอกันใหม่ ( อันที่จริงตอนแรกก็ถูกไล่ส่งกลับอย่างสุภาพเหมือนกัน แต่หลังจากใช้เวลาพิจารณาดูเสื้อผมซักพักนานหน่อยเพราะพี่แกเมา เอ๊ะ นี่มันเสื้อทีมชาติเยอรมันใช่มั้ย โอ้ววววววววววววววว เพื่อนรัก เพื่อนรัก ขอกอดหน่อย) เจอสาวๆเพื่อนอังคา ทั้งเจอยูลี่กับอะลีนน่าเพื่อนชาวบราซิลด้วย แต่ทุกคนซึ่งมาดูในเมืองก่อนหน้านี้เสียนานแล้วจึงขอตัวกลับกัน ไอเรากับอังคาเพิ่งมา จึงเปลี่ยนที่ไปดูคู่อิตาลีที่ปาร์ตี้ชายหาด( จำลอง ) ก่อนกลับ
ปล. เสีย self อย่างยิ่งยวด เมื่อมีเด็กเปี๊ยกๆ อนุบาล 3-4 คนตะโกน Deutschland deutschland กับรถที่วิ่งผ่านไปมา เราเดินผ่านเด็กๆจึงชูมือกดเสียงต่ำตะโกนซะเสียงดัง Deutschland Deutschland นึกว่าเด็กๆจะเล่นด้วยที่ไหนได้ กลับทำหน้าแปลกๆ อีนี่มันเผ่าไหนหว่า หยีแถมมาใส่เสื้อทีมชาติพวกเราด้วยนี่ นอกจากจะไม่ช่วย ยังเดินหนีเราอีก อังคานะอังคา คงอายไม่อยากเดินใกล้ 6月24日 Worldcup and my lovely motherเพิ่งจะอัพเสปซไปก็เลยตั้งใจกะว่าคงอีกซักพักจึงค่อยเขียนเรื่องใหม่ แต่หลังจากที่เพิ่งวางสายกับคุณแม่เสร็จก็อดที่จะเล่าถึงความน่ารักของคุณแม่ กับเรื่องที่ไปดูบอลโลกให้ฟังกัน เรื่องมีอยู่ว่า...
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูบอลโลก นัดสำคัญกาน่า-อเมริกา ที่ Nürnburg เดินทางด้วยรถไฟราวๆ สองชั่วโมง เดินเล่นในเมืองซักพักก่อนที่เกมจะเริ่มต้น ผู้คนเยอะแยะไปหมด บรรยากาศครึกครึ้นมาก แฟนบอลทั้งหลายแต่งตัวสีสันมากมาย มีกัปตันอเมริกา กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ของชาวมะกันเดินไปเดินมา ทีเด็ดฝ่ายกาน่าก็เห็นจะเป็นเพลงเชียร์ กับท่าแดนซ์กระจายสงสัยเตรียมกันมาอย่างดี โห โห่ ยี้ โห่ ฮี้ ตุ้ม ตุ้ม ตุ่ม ตุ้ม กาน่า ตุ้ม ตุ้ม ตุ่ม ตุ้ม กาน่า ... เราก็ต้องอยู่ฝ่ายกาน่าหล่ะ ก็เพราะคุณพี่เซซิล แท้ๆเลยที่ทำให้ผมได้โชคดีมีโอกาสได้ดูบอลโลกครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิต อยากจะร้องเพลงไปด้วย แต่ร้องไม่เป็น กลัวจะออกมาเป็น โฮย โฮย โหยยยย ฮิ้วววววว ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ แทน
ไปถึงสนามมีคนไม่มีตั๋วยื่นชูป้าย ' ผมต้องการตั๋วบอลโลกครับ ' สีหน้ามองหม่น ตาละห้อยเชียว มองเห็นคนมีตั๋วเดินผ่านเข้าไปในสนาม น่าสงสารชอบกล น่าสงสารจริงๆนะ แบบว่าทำตาปริบๆ น้ำตาจะไหล สายตาอ้อนวอน ขายตั๋วให้ผมหน่อยๆ ขอร้องละครับ ช่วยขายหน่อย ราคาตั๋วจะขึ้นไปถึงเท่าไหร่นะ พี่ตูนบอกว่าขนาดนัดซาอุ ยังมีคนซื้อต่อตั้งหมื่นห้า พอผ่านเกทตรวจ พี่ตูนก็ทำล้อเลียนพวกนั้น ลงทุนเขียนกระดาษ ผมต้องการตั๋วครับ แล้วก็ถ่ายรูปไว้ ไม่ไหวๆครับอย่างงี้
แม่โทรมาก่อนเกมจะเริ่ม จึงบอกแม่ไปว่า
โจ้ : ' แม่ๆ นี่โจ้อยู่หลังโกล์กาน่านะครับ แถวที่สาม ตรงกลุ่มแฟนบอลกาน่าเลย อาจจะได้ออกทีวี '
แม่ : ' โอเค เดี๋ยวแม่จะดูนะ ชูสองนิ้วให้แม่ด้วย '
ครั้นพอกล้องถ่ายมาถึงป้าอ้วนๆชาวกาน่าเป่านกหวีด ปิ๊ด ปิ๊ด ปิ๊ด ที่อยู่ติดกันเลย ไอเราก็ลังเล จะโผล่หน้าเข้ากล้องออกทีวีทั่วโลกซักหน่อยดีมั้ยนะ กลัวชาวบ้านทางทีวีจะนินทา
' เฮ้ ไอเบื๊อกนี่มันเมกาก็ไม่ใช่ กาน่าก็ไม่เชิงนี่หว่า บ้ากล้องอีกต่างหาก '
แต่ก็อืม แม่คงรอดูอยู่ จึงเอียงหน้าไปหาป้าอ้วน
' จะเอ๋
ตอนกาน่ายิงลูกแรก ชาวกาน่าโครตดีใจกันเลย ไอเราโดนกาน่าอุ้มยกตัวขึ้น อยากจะบอกว่า
' พี่ๆๆใจเย็นพี่ ใจเย็น ผมเชียร์เมกา ! ' จะได้เอาตัวเราลง
เนื่องจากอยู่ฝั่งกาน่าและกาน่าชนะ บรรยากาศรอบๆจึงเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เว้นแต่น้องแมททิว อายุห้าขวบ ที่นั่งดูติดกัน โดยคุณพ่อน้องเค้า ได้ที่นั่งอีกที่ ตาแดงกร่ำๆ เหมือนจะร้องไห้ ไอเราจะเชียร์กาน่าเต็มที่ก็เกรงใจน้อง เชียร์เมกาก็คงโดนกระทืบ ยิ่งไม่ได้ใหญ่
เดินทางกลับอย่างมีความสุข แม่โทรมาบนรถไฟโวยใหญ่
แม่ : ' แม่ไม่เห็นโจ้เลย นั่งติดทีวีส่องแฟนบอลกาน่าทั้งเกม นี่เป็นเกมแรกที่แม่ดูนะ ดูบอลไม่เป็นหรอก พ่อจะดูอิตาลีก็ไม่ให้พ่อดู ทำไมไม่ออกทีวีฮะ...... โดนเป็นชุดๆเลยเรา
โจ้: ' เอ๋า ไม่นึกว่าแม่จะจริงจังขนาดนั้นนี่นา ถ้ารู้ก็คงจะโผล่หน้าออกไปหรอก ฮ่าๆๆ '
โทรศัพท์หลุดไปเพราะสัญญาณขาด จึงได้เพิ่งคุยกันต่อเมื่อกี้นี้
แม่: ' เนี่ยแม่โทรไปบอกลูกศิษฐ์ อ้อย ละ เบียร์ ผึ้ง โทรไปบอกทุกคนที่คอร์ท พี่อุ๊ น้าแจ๋ว พี่มด ... ว่าโจ้จะออกทีวี บังคับให้ดูกาน่า อเมริกา ทุกคนก็ตั้งใจดูกันใหญ่ '
โจ้: ' โถ่ แม่ แอ้ แอ้ แอ้ แอ้ โจ้ไปเชียร์บอลนะแม่ ไม่ได้ไปเตะบอลกับเค้า '
นี่ขนาดบอกก่อนเกมจะเริ่มแป๊ปนึงนะ ถ้าบอกล่วงหน้า มีหวังคนทั้งซอยคงจะมาดูเราออกทีวีแน่ๆ
แหะๆๆ แม่ผมก็น่ารักอย่างนี้แหล่ะ ตอนมาเยี่ยม พอจะกลับก็ทำน้ำพริกอ่องหม้อนึง ไกต้มซีอิ้วหม้อนึง ซึ่งกินไม่ทันนะครับ บูดซะก่อน จัดห้องจัดตู้สะเบียงให้ ซักผ้า ตากผ้า แอบล้างห้องน้ำให้ ขำสุดก็คือ ผสมข้าว ข้าวหอมมะลิ กับข้าวกล้อง ให้เสร็จสับ ละก็ตัดเส้นวุ้นเส้นให้ แม่ทำไมต้องทำล่วยยยย โจ้โตแล้วนะครับแม่ แม่ก็หัวเราะใหญ่ ฮ่าๆๆ
ส่วนคุณพ่อก็น่ารักเหมือนกันคอยเป็นห่วง ทั้งๆที่บอกทั้งคู่อยู่เสมอ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงครับ พ่อก็บอกว่า ก็นายเป็นลูกพ่อที่นะก็ต้องห่วงสิ โจ้นายต้องตั้งใจเรียนนะ จบแล้วจะได้มีงานดีๆทำ พ่อลาออกไปอยู่กับนายเลยนิ ถ้านายได้งานที่เยอรมัน ก็ต้องเล่าซะหน่อยนะครับเดี๋ยวจะหาว่าลูกลำเอียง
ปล. คุณพ่อหายลำเอียงรักน้องเต้าหู้ของผมเท่ากับน้องตุ๊ดติ๊ดแล้วหล่ะ
It was really great to have such a big chance to see the worldcup Gana vs Us. We reached Nürnburg before the game started a while so we could spend some time to absorb the football atmosphere in the city.
It was really cool indeed. Captain America and the all the American super heroes appeared even there wasn't any need for help while the Ganarians sang and dance together. The nice thing was at the beginning the both sides were friends taking photos together dancing together...
Sesil: ' I think Gana will win 3-0 '
Captain America : ' no no no buddy America is the best '
My mum called me before the game was about to start.
Joe: ' Hi mum i might have chance to appear on TV i'm behind the goal with the Gana Fans '
I really had chance to be on TV as beside me was a Ganarian Lady who danced all the time and ofcourse she was on TV but i just felt a little strange to stick my head beside her.
Everybody danced and sang. i've never seen something like this before and they were so happy after the Ganarian strikes the first goal. Bad thing was... poor little Mathew, a 5 years old American kid, sat next to me. he was about to cry when the American lost so I couldn't cheer both sides. I would felt bad if i shout ' Gana Gana ' but since i was surrounded with Ganarians, i would have died if i shout ' U S US '
Mum rang me after the game
Mum: ' Where were you Joe? You got me stuck in front of the TV ! Do you know I didn't let dad change the channel to watch Italy. Actually I don't like to watch football but I want to see you. I also called my students Beer , La , Aoi Pung ' and also P Mod, P Aui, Na Jeaw... to watch the game but why didn't you appear as you said bla bla bla '
Joe : 'But mummmmmmmmmmmm I didn't play the worldcup '
ha ha ha she's lovely, isn't she? 6月17日 น้ำมันหอยพี่กอล์ฟ วิทูร เรียนจบกลับเมืองไทยตามพี่อินไปอีกคน เพิ่งไปส่งพี่เค้าที่สถานีรถไฟเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้ทีมชาติไทยในอูมก็จะเหลือแค่ 4 คน อันได้แก่ พี่ตูน ปิยะพงษ์, พี่อำนวย ขำเปี่ยม ( พี่เค้าชอบเป็นโกล์ ), พี่จุก ลีซอ และผม ซิโจ้ ทั้งยังมีผู้จัดการทีม ดีกรีคุณหมอ พี่แจ๋ว กับเด็กไทยโตที่เยอรมันอดีตนักเตะชื่อดัง ก่อนแขวนสตั๊ดเพราะขาแพลง น้องต้น โกวิท ฝอยทอง ( ชื่อนักเตะทั้งหมดผมตั้งเอง ทั้งยังไม่ได้รับอนุญาต พี่ๆที่ไม่มีส่วนรู้เห็นและโดนพาดพิง ผมต้องขออภัยด้วย ) ก็แค่จะโยงให้เข้ากับบรรยากาศฟุตบอลโลกเท่านั้นเองแหล่ะครับ เพื่อนๆคงอยากรู้ว่าบรรยากาศบอลโลกที่นี่เป็นไงบ้าง คึกคักอย่างยิ่งยวด ตอนแมตซ์เยอรมันชนะ คนในเมืองแทบจะไม่ได้นอน เพราะรถที่วิ่งไปมาก็จะบีบแตร์ ฉลอง คนเดินไปมาก็จะโบกให้รถหยุด ละก็ร้องเพลง berlin berlin wir fahren nach berlin แปลว่า เราจะไปเอาแชมป์ที่เบอร์ลิน
(คิดในใจ) โจ้ :เราไม่น่าบอกว่าเลยแฮะว่าได้ไปดูคู่นี้เลย น่าจะให้เพื่อนๆคิดกันไปเองว่าเราได้ไปดู บราชิล อิตาลี
เอ่อ ก็อาจจะมีคนบอกนะครับว่าอย่างนี้เค้าน่าจะเรียกว่าคิดนอกใจที่เล่นเขียนให้อ่านกันโจ้งๆอย่างนี้ แต่ผมเปล่าจริงๆนะครับ ยังไงผมก็คิดนอกใจไม่เป็นอยู่แล้ว มุขคับมุข
ก็ขอเชิญชวนเพื่อนๆพ่อแม่พี่น้องมาอูมกันเยอะๆนะครับ จะได้มีทีมบอลไทยที่ไม่ต้องไปแจมกับทีมชาติอื่นเสียที บอกต่อๆกันด้วยนะครับ กำลังลุ้นว่าปีหน้าผมจะมีรุ่นน้องคนไทยมั้ย
ส่งพี่กอล์ฟเสร็จแวะร้านเอเซีย เพื่อซื้อน้ำมันหอย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นทำใจไม่ได้ที่จะซื้อน้ำมันหอยขวดละ 150 จะผัดผักจึงคิดสูตร โดยใช้ ซีอิ้วดำ ผสมแป้งมัน ใส่เกลือ และน้ำ คนๆ แทนน้ำมันหอย สีและรสชาติใช้ได้ เกือบจะใช่ผัดผักในภัตตาคาร ไปเล่าให้พ่อฟังด้วยความดีใจ แต่กลับมีคำสั่งจากเบื้องบนให้รีบซื้อทันที '
|
|
|